ฉนวนป้องกันความร้อน โฟมห้องเย็น โฟมป้องกันเสียง   สีป้องกันความร้อน สีสะท้อนรังสีความร้อน

บริการฉนวนกันความร้อน

 

บริการพ่นฉนวนกันความร้อนพี.ยู.โฟม
บริการพ่นสีเซรามิคโค๊ทติ้ง
บริการพ่นฉนวนเยื่อกระดาษ 
บริการติดตั้งสีกั
นซึม                             


 

ผลิตภันฑ์ฉนวนกันความร้อน

   

 ฉนวนกันความร้อนพี.ยู.โฟม 
 สีสะท้อนความร้อนเซรามิคโค๊ทติ้ง
 ฉนวนป้องกันเสียงเซลลูโลส 
 
กันซึม กันรั่ว
 สินค้า จำหน่าย

 

ฉนวนกันความร้อนโพรียูรีเทน

 

 สเปรย์ พี.ยู.โฟมหลังคา                      

 พ่นฉนวนกันความร้อน                      

 พียูโฟมแผ่น                                 

 พียูโฟมห้องเย็น
 พียูโฟมหุ้มถัง
 พียูโฟมหุ้มท่อ
 พียูโฟมป้องกันเสียง 
 
พียูโฟมพ่นพื้น
 พียูโฟมตู้คอนเทนเนอร์
 พียูโฟมหุ้มแอร์ดักส์ 
 พียูโฟมพ่นผนัง  
    
      

ฉนวนกันความร้อนสีเซรามิค

 สีป้องกันความร้อน
  สีสะท้อนรังสีความร้อน
  ฉนวนสะท้อนความร้อน

ฉนวนกันซึม

 สีกันซึมบนหลังคา
 สีกันซึมผนังภายนอก
 สีกันซึมบนดาดฟ้า

สีอะคริริค

 รับเหมาก่อสร้าง
 รับเหมาทาสีภายนอก
 รับเหมาทาสีภายใน

ฉนวนกันความร้อน ฉนวนกันเสียง

 ฉนวนป้องกันความร้อน
 ฉนวนป้องกันเสียง

การบำรุงรักษาฉนวนกันความร้อน

 เครื่องพ่นโฟม
 ปืนพ่นโฟม
 รับซ่อมเครื่องพ่นโฟม
 รับซื้อ-ขายเครื่องพ่นโฟม

ความรู้เบื้องต้นฉนวนกันความร้อน


  
รู้จักฉนวนป้องกันความร้อนโฟม
  รู้จักสีกันความร้อนเซรามิคโค๊ทติ้ง
  ร้จักฉนวนป้องกันความร้อนไฟเบอร์กลาส
  รู้จักฉนวนไมเนอร่า
  รู้จักฉนวนกันเสียงเซลลูโลส
  รู้จักฉนวนแคลเซียมซิลิเกต
  รู้จักฉนวนป้องกันความร้อนไฟเวอร์มิคูไรท์
  รู้จักฉนวนสะท้อนความร้อนฟอยล์
                             

ความรู้ทั่วไปฉนวนกันความร้อน

  ก่อนเลือกใช้ฉนวนป้องกันความร้อน
  การใช้ฉนวนกันความร้อน
  การพิจารณาเลือกใช้ฉนวน
  ประเภทฉนวนกันความร้อน
  การติดตั้งฉนวนกันความร้อน
  บ้านประหยัดพลังงาน
  ภาวะโลกร้อน

ผลงานฉนวนกันความร้อน


  
เทอร์โบการ์เมนท์
   ไพโอเนียร์
    ไซโล จ.อ่างทอง
   ไซโล จ.พิจิตร
   กระทิงแดง
   ซัมซุง
   คูซุ่นเฮงหลี
   สำนักงานใหญ่หมอเส็ง
   ฉากเรื่องพระนเรศวร
    คันทรี่เพลส
   สนามกีฬากลางชัยภูมิ
   กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
    เทสโก้โลตัส สัตหีบ
    เพนนินซูล่า
    บิ๊กซี ติวานนท์
   ตลาดรัชดา
   แฟชั่นไอซ์แลนด์
   โรงเรียนกิตติคุณ ประจวบฯ
   บ้านจารุสมบัติ
   คลังวิทยา สิงห์บุรี
    เอ็มเคสุกี้ รามคำแหง
    โรงแรมสตาร์ ระยอง
    โรงแรมดุสิต
   โตโยต้า กม.9
   มิตซูบิชิ เรียบทางด่วนวัชรพล
   โรงเรียนกวงฮั้วจ.ระยอง
   แอร์ดักส์ เดลต้า อิเล็คทรอนิค
   ธนาคารออมสิน
   ปตท. ปิโตรเคม
   ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต
   เรือนจำปราจีนบุรี
  กันตนา เม่งจ๋า
   ลีพัฒนาเกษตมั่นคง สระบุรี
   โรงเรียนชลประทาน
   โลตัส แหลมฉบัง
   ดินสุวรรณเกษตร สุพรรณบุรี
   อาคารทรงงานเดโชชัย
   เกาะล้าน ชลบุรี
   ศูนย์วิจัย ปตท. วังน้อย
   สถาบันการบินพลเรือนหัวหิน
   สนามกีฬากลาง จ.พิจิตร 
   เว็บฟอร์จ(ประเทศไทย)จำกัด
   ไทยรวมสินพัฒนาอุสาหกรรม จำกัด
   
บางกอก แฮนดิคราฟท์ เซนเตอร์
   พรีซิชั่น เอ็นยิเนียริ่ง จำกัด
   สิงห์สยาม จำกัด 
  ซานติก้าผลับ จ.พังงา
   โปรฟู้ด (ไทย) จำกัด
  
ถังร้อน จ.กระบี่
   บ้านทรายสวย จ.นครสวรรค์
   อาคารนิทรรศการ แกะสลักน้ำแข็ง
  ไซโลเฟรนด์ชีพ คอร์น สตาร์ซ 
   ไซโลซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์
    FUN FACT(Pub & Restaurant)
    ร.พ. มงกฏวัฒนะความร้อน
   
 ท้อปเทร็นด์ เมนูแฟคเจอริ่ง
    
อาคาร เบญจจินดา
    โรงพยาบาลระยอง
    อาปิโก สตรัคเจอรัล โปรดักส์
    สำนักงานบำรุงทางร้อยเอ็ด
    เซนทรัลเวิลด์

                                                     more

               

เว็บพันธมิตร

   เพื่อประโยชน์ของท่าน ควรตรวจสอบ.ข้อมูลบริษัทฯ              ผู้ให้บริการด้วย   www.dbd.go.th

Satiti.com ฟรีสถิติ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์

ผลงานฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนผับดัง

ฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนถังน้ำร้อน

ผลงานฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนเมื่อพ่นเสร็จ

ฉนวนกันความร้อน ขณะพ่น

ฉนวนกันความร้อนห้องเย็น

ผลงานฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อน ประยุกต์เป็นโฟมแกะสลัก

ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา

ฉนวนกันความร้อนและกันเสียงร้านอาหาร

ผลงานฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนหลังคาเมททัลชีสโรงงาน

ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาสวนสนุก

ติดตตั้งฉนวนกันความร้อน แม้จะมีสายต่างๆก็ไม่เป็นอุปสรรค

ผลงานฉนวนกันความร้อน

เมื่อติดตตั้งฉนวนกันความร้อนเสร็จ

ก่อนติดตั้งฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนประยุกต์พ่นเป็นเจดี ฉากหนัง พระนเรศวร

ผลงานฉนวนกันความร้อน

พ่นฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา

ฉนวนกันความร้อนถังอาหารสัตว์

ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาบ้านทั่วไป

ผลงานฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อน สีเซรามิคโค้ส

 

 

หน่วยงาน...............................เซนทรัลเวิร์ด
ลักษณะงาน............................พ่นโฟมบนหลังคา เคลือบฉนวนพียูโฟม ด้วยโพลี่ยูเรีย
ความหนา...............................50 mm
ความหนาแน่น..........................35-40 กก/ม3
ความหนาแน่น..........................35-40 กก/ม3

การถ่ายเทความร้อน คือ การถ่ายเทพลังงานระหว่าง 2 บริเวณที่มีอุณหภูมิแตกต่างกัน แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1. การนำความร้อน (conduction) เป็นการถ่ายเทความร้อนภายในวัตถุที่เป็นของแข็งจากอะตอมหนึ่งไปยังอีกอะตอม ความร้อนจะเดินทางจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำวัตถุแต่ละชนิดจะนำความร้อนได้ต่างกัน โลหะจะนำความร้อนได้ดีสุด
  2. การพาความร้อน (convection) เป็นการถ่ายเทความร้อนในสภาวะก๊าซหรือของเหลว โยเมื่อได้รับความร้อนจากแหล่งกำเนิดจะมีอุณภูมิสูงและลอยตัวขึ้น ตัวกลางจึงไหลเข้าไปแทนที่ เช่น เมื่อนำกาต้มน้ำไปวางบนเตา ความร้อนจากไฟจะค่อย ๆ เคลื่อนที่จากน้ำด้านล่าง ขึ้นมายังบริเวณผิวน้ำด้านบน
  3. การแผ่รังสี (radiation) เป็นการถ่ายเทความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลาง เช่น พลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์เดินทางผ่านสุญญากาศมายังโลก
                                                          ห้างสรรพสินค้าเซนทรัล ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ความจุความร้อนจำเพาะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ความจุความร้อนจำเพาะ (อังกฤษ: Specific heat capacity หรือ specific heat) คือ สัดส่วนระหว่างพลังงานที่ต้องใช้ เพื่อให้มวลในจำนวน m เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในΔQ เคลวิน ซึ่งมีสูตรดังนี้


 c = \frac{\Delta Q}{m \cdot \Delta T}


c คือความจุความร้อนจำเพาะ

m คือจำนวนมวล

ΔQ คืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง

ความจุความร้อนจำเพาะสามารถกำหนดได้ โดยใช้เครื่องแคลอรีมิเตอร์

calorimeter[1]


 หน่วย

 [c] = \frac{J}{Kg \cdot K} ส่วนมากจะใช้  [c] = \frac{kJ}{Kg \cdot K} = \frac{1000J}{Kg \cdot K}


 ตัวอย่าง

วัสดุ ความจุความร้อนจำเพาะ[2][3]
อะลูมิเนียม 0.896
น้ำแข็ง 1.38-2.1
ทอง 0.13
ทองแดง 0.381
เงิน 0.234
แก้ว 0.6-0.8
น้ำ 4.187
เอทานอล 2.428

ตัวอย่าง: พลังงานในการอุ่นน้ำ 5 KG จากอุณหภูมิ 20°C เป็น 70°C เช่น  E=\frac{4.187 kJ}{Kg \cdot K} \cdot 5KG \cdot 50K = 1046,75 KJ

 อ้างอิง

  1. ^ Hans Dieter Baehr:Thermodynamik. Grundlagen und technische Anwendungen
  2. ^ Handbook of Chemistry and Physics
  3. ^ Roger Balian: Du Microscopique au Macroscopique - Cours de Physique Statistique de l'École Polytechnique

ความร้อนจำเพาะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ความร้อนจำเพาะ (Heat Capacity) เป็นคุณสมบัติทางฟิสิกส์ของวัตถุที่สามารถวัดได้ โดยอธิบายความสามารถในการเก็บความร้อนของวัตถุนั้น ๆ. กล่าวโดยคร่าว ๆ นิยามของความร้อนจำเพาะคือ ความร้อนที่จำเป็นต้องใช้ในการที่จะเปลี่ยนอุณหภูมิของวัตถุหนึ่ง ณ สภาวะหนึ่ง ให้เพิ่มขึ้น 1 องศา. เนื่องจากการถ่ายเทความร้อนคือการถ่ายเทพลังงานประเภทหนึ่ง ดังนั้นหน่วยของความร้อนจำเพาะคือ จูลส์ต่อเคลวิน.

 ดูเพิ่ม


แคลอรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

แคลอรี (อังกฤษ: Calorie) เป็นหน่วยวัดพลังงานอย่างหนึ่ง โดยทั่วไปการวัดหน่วยพลังงานมักใช้หน่วย "จูล" ซึ่งเป็นมาตราเอสไอสำหรับการวัดพลังงาน ส่วนแคลอรีมักใช้ในการวัดหน่วยพลังงานอาหาร ผู้บัญญัติหน่วยแคลอรีเป็นคนแรกคือ ศาสตราจารย์นิโคลัส เคลเมนต์ (Nicolas Clément) เมื่อปี ค.ศ. 1824 โดยกำหนดเป็น กิโลกรัม-แคลอรี หน่วยวัดนี้บรรจุลงในพจนานุกรมของฝรั่งเศสและอังกฤษในปี ค.ศ. 1842 และ 1867 ตามลำดับ

การวัดหน่วยแคลอรีแบ่งได้เป็นสองแบบ คือ

  • กรัม-แคลอรี มีค่าเท่ากับพลังงานที่ต้องใช้เพื่อทำให้อุณหภูมิของน้ำ 1 กรัม เพิ่มขึ้น 1 °C มีค่าประมาณ 4.184 จูล
  • กิโลกรัม-แคลอรี มีค่าเท่ากับพลังงานที่ต้องใช้เพื่อทำให้อุณหภูมิของน้ำ 1 กิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1 °C มีค่าประมาณ 4.184 กิโลจูล หรือเท่ากับ 1000 กรัม-แคลอรี

การใช้งานในทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะสาขาเคมีและฟิสิกส์ "แคลอรี" มักหมายถึง "กรัม-แคลอรี" สัญลักษณ์ของหน่วยวัดนี้คือ cal หากต้องการบอกถึง กิโลกรัมแคลอรี จะเรียกว่า "กิโลแคลอรี" และใช้สัญลักษณ์ว่า kcal

สำหรับทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือสาขาอื่นที่ไม่ใช่บริบทด้านวิทยาศาสตร์ คำว่า แคลอรี มักใช้ในความหมายถึง "กิโลแคลอรี" ของทางฟิสิกส์และเคมี และมักเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ว่า C เพื่อให้แตกต่างกัน

อุณหพลศาสตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แผนภาพระบบอุณหพลศาสตร์ทั่วไป แสดงพลังงานขาเข้าจากแหล่งความร้อน (หม้อน้ำ) ทางด้านซ้าย และพลังงานขาออกไปยังฮีทซิงค์ (คอนเดนเซอร์) ทางด้านขวา ในกรณีนี้มีงานเกิดขึ้นจากการทำงานของกระบอกสูบ

อุณหพลศาสตร์ (/อุน-หะ-พะ-ละ-สาด/ หรือ /อุน-หะ-พน-ละ-สาด/) หรือ เทอร์โมไดนามิกส์ (อังกฤษ: Thermodynamics; มาจากภาษากรีก thermos = ความร้อน และ dynamis = กำลัง) เป็นสาขาของฟิสิกส์ ที่ศึกษาความสัมพันธ์เกี่ยวกับ ความร้อน อุณหภูมิ งาน และพลังงาน ในช่วงแรกการศึกษาอุณหพลศาสตร์เกิดจากการศึกษาเรื่องเครื่องจักรความร้อน ต่อมาในภายหลัง นักวิทยาศาสตร์ได้ตระหนักว่า อุณหพลศาสตร์ครอบคลุมถึงกระบวนการการเปลี่ยนแปลงมหาศาล ทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ทั้งในโลกตลอดจนทั้งจักรวาล เช่น การทำนายถึงจุดกำเนิดและดับสูญของจักรวาลด้วยกฎข้อที่ 2 ของอุณหพลศาสตร์ และการบ่งบอกทิศทางของเวลา (direction of time) ด้วยการเพิ่มขึ้นของเอนโทรปี อุณหพลศาสตร์เป็นสาขาหลักทางฟิสิกส์นับแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา

เนื้อหา

[ซ่อน]
ประวัติ

 ของไหลที่เรียกว่าความร้อน ทฤษฎีแคลอริก

ความร้อนเป็นความลี้ลับที่นักฟิสิกส์เฝ้าหาคำอธิบายมานานแสนนาน ทฤษฎีที่ใช้อธิบายความร้อนที่นิยมในสมัยก่อนก็คือ ทฤษฎีแคลอริก ที่กล่าวว่าความร้อนเป็นของไหลชนิดหนึ่ง โดยมีส่วนประกอบเป็นสสารที่เรียกว่าแคลอริก ทฤษฎีนี้ถูกเสนอโดย โจเซฟ แบล็ค นักฟิสิกส์ชาวสกอตแลนด์ และอองตวน ลาวัวซิเยร์ นักเคมี ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 แบล็คได้นิยามหน่วยความร้อนดังนี้: ความร้อน 1 แคลอรี คือ ความร้อนที่ใช้ในการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำ 1 ปอนด์ ขึ้นมา 1 องศาฟาเรนไฮต์ (ในปัจจุบันเราก็ยังใช้หน่วย แคลอรีบ้างเกี่ยวกับเรื่องของโภชนาการ อยู่ เพียงแต่เปลี่ยนนิยามเป็น ความร้อนที่ใช้ในการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำ 1 กรัม ขึ้นมา 1 องศาเซลเซียส) งานของเขาได้ถูกนำไปศึกษาต่อในเรื่อง ความร้อนจำเพาะ (specific heat) ของสสารอย่างจริงจังในเวลาต่อมา นอกจากนั้นแบล็คยังได้นิยาม ความร้อนแฝง (latent heat) หรือความร้อนที่ต้องใส่ในระบบเพื่อทำให้วัตถุเปลี่ยนสถานะ เช่น จากของแข็งเป็นของเหลว หรือจากของเหลวเป็นก๊าซ เป็นต้น แบล็คได้สังเกตว่าความร้อนชนิดนี้ไม่ได้ทำให้อุณหภูมิของระบบเพิ่มขึ้นเลย จึงได้ตั้งชื่อว่า ความร้อนแฝง

เครื่องจักรความร้อนและผลงานของการ์โนต์

ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของความร้อนดีขึ้นจึงมีการประดิษฐ์คิดค้น เครื่องจักรความร้อน มาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งนับว่าเครื่องจักรความร้อนเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาความรู้ด้านอุณหพลศาสตร์ และต่อมาในปี ค.ศ. 1824 ซาดี การ์โนต์ วิศวกรชาวฝรั่งเศสได้ตีพิมพ์ผลงาน Reflections on the Motive Power of Fire [1] ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เมื่อกำหนดแหล่งกำเนิดอุณหภูมิสูงและต่ำคู่ใด ๆ แล้ว เครื่องจักรความร้อนการ์โนต์เป็นเครื่องจักรที่ให้งานทางกลศาสตร์มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (ต่อมาเราทราบว่าเครื่องจักรแบบผันกลับได้ทุกชนิดมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าเครื่องจักรการ์โนต์) งานของเครื่องจักรการ์โนต์ทำให้เราตระหนักถึงขอบเขตที่ดีที่สุดของเครื่องจักรความร้อนเท่าที่เราทำได้ และยังเป็นผลงานซึ่งทำให้ต่อมาลอร์ด เคลวินและรูดอล์ฟ เคลาซิอุสค้นพบกฎข้อที่สองของอุณหพลศาสตร์ นักฟิสิกส์หลายท่านถือว่าการ์โนต์เป็นหนึ่งในผู้ค้นพบกฎข้อที่สองของอุณหพลศาสตร์ อนึ่ง ในสมัยนั้นการ์โนต์ยังเข้าใจผิดว่าความร้อนคือของไหลอยู่ เขาจึงคิดว่าความร้อนทั้งหมดจะไหลจากแหล่งอุณหภูมิสูงไปยังแหล่งอุณหภูมิต่ำทั้งหมด เฉกเช่นน้ำทั้งหมดไหลจากที่สูงไปยังที่ต่ำ ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดเนื่องจากต้องมีความร้อนบางส่วนถูกแปรรูปไปเป็นงานที่ผลิตได้จากเครื่องจักรความร้อน (ตามกฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์) ต่อมา เอมีล กลาปีรง (Émile Clapeyron) ได้พยายามเผยแพร่งานของการ์โนต์โดยสร้างสมการคณิตศาสตร์และไดอะแกรมของเครื่องจักรความร้อนการ์โนต์ ทำให้งานของการ์โนต์แพร่หลายไปทั่ว

เครื่องจักรความร้อนและผลงานของการ์โนต์

ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของความร้อนดีขึ้นจึงมีการประดิษฐ์คิดค้น เครื่องจักรความร้อน มาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งนับว่าเครื่องจักรความร้อนเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาความรู้ด้านอุณหพลศาสตร์ และต่อมาในปี ค.ศ. 1824 ซาดี การ์โนต์ วิศวกรชาวฝรั่งเศสได้ตีพิมพ์ผลงาน Reflections on the Motive Power of Fire [1] ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เมื่อกำหนดแหล่งกำเนิดอุณหภูมิสูงและต่ำคู่ใด ๆ แล้ว เครื่องจักรความร้อนการ์โนต์เป็นเครื่องจักรที่ให้งานทางกลศาสตร์มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (ต่อมาเราทราบว่าเครื่องจักรแบบผันกลับได้ทุกชนิดมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าเครื่องจักรการ์โนต์) งานของเครื่องจักรการ์โนต์ทำให้เราตระหนักถึงขอบเขตที่ดีที่สุดของเครื่องจักรความร้อนเท่าที่เราทำได้ และยังเป็นผลงานซึ่งทำให้ต่อมาลอร์ด เคลวินและรูดอล์ฟ เคลาซิอุสค้นพบกฎข้อที่สองของอุณหพลศาสตร์ นักฟิสิกส์หลายท่านถือว่าการ์โนต์เป็นหนึ่งในผู้ค้นพบกฎข้อที่สองของอุณหพลศาสตร์ อนึ่ง ในสมัยนั้นการ์โนต์ยังเข้าใจผิดว่าความร้อนคือของไหลอยู่ เขาจึงคิดว่าความร้อนทั้งหมดจะไหลจากแหล่งอุณหภูมิสูงไปยังแหล่งอุณหภูมิต่ำทั้งหมด เฉกเช่นน้ำทั้งหมดไหลจากที่สูงไปยังที่ต่ำ ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดเนื่องจากต้องมีความร้อนบางส่วนถูกแปรรูปไปเป็นงานที่ผลิตได้จากเครื่องจักรความร้อน (ตามกฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์) ต่อมา เอมีล กลาปีรง (Émile Clapeyron) ได้พยายามเผยแพร่งานของการ์โนต์โดยสร้างสมการคณิตศาสตร์และไดอะแกรมของเครื่องจักรความร้อนการ์โนต์ ทำให้งานของการ์โนต์แพร่หลายไปทั่ว