ฉนวนป้องกันความร้อน โฟมห้องเย็น โฟมป้องกันเสียง   สีป้องกันความร้อน สีสะท้อนรังสีความร้อน

บริการฉนวนกันความร้อน

 

บริการพ่นฉนวนกันความร้อนพี.ยู.โฟม
บริการพ่นสีเซรามิคโค๊ทติ้ง
บริการพ่นฉนวนเยื่อกระดาษ 
บริการติดตั้งสีกั
นซึม                             


 

ผลิตภันฑ์ฉนวนกันความร้อน

   

 ฉนวนกันความร้อนพี.ยู.โฟม 
 สีสะท้อนความร้อนเซรามิคโค๊ทติ้ง
 ฉนวนป้องกันเสียงเซลลูโลส 
 
กันซึม กันรั่ว
 สินค้า จำหน่าย

 

ฉนวนกันความร้อนโพรียูรีเทน

 

 สเปรย์ พี.ยู.โฟมหลังคา                      

 พ่นฉนวนกันความร้อน                      

 พียูโฟมแผ่น                                 

 พียูโฟมห้องเย็น
 พียูโฟมหุ้มถัง
 พียูโฟมหุ้มท่อ
 พียูโฟมป้องกันเสียง 
 
พียูโฟมพ่นพื้น
 พียูโฟมตู้คอนเทนเนอร์
 พียูโฟมหุ้มแอร์ดักส์ 
 พียูโฟมพ่นผนัง  
    
      

ฉนวนกันความร้อนสีเซรามิค

 สีป้องกันความร้อน
  สีสะท้อนรังสีความร้อน
  ฉนวนสะท้อนความร้อน

ฉนวนกันซึม

 สีกันซึมบนหลังคา
 สีกันซึมผนังภายนอก
 สีกันซึมบนดาดฟ้า

สีอะคริริค

 รับเหมาก่อสร้าง
 รับเหมาทาสีภายนอก
 รับเหมาทาสีภายใน

ฉนวนกันความร้อน ฉนวนกันเสียง

 ฉนวนป้องกันความร้อน
 ฉนวนป้องกันเสียง

การบำรุงรักษาฉนวนกันความร้อน

 เครื่องพ่นโฟม
 ปืนพ่นโฟม
 รับซ่อมเครื่องพ่นโฟม
 รับซื้อ-ขายเครื่องพ่นโฟม

ความรู้เบื้องต้นฉนวนกันความร้อน


  
รู้จักฉนวนป้องกันความร้อนโฟม
  รู้จักสีกันความร้อนเซรามิคโค๊ทติ้ง
  ร้จักฉนวนป้องกันความร้อนไฟเบอร์กลาส
  รู้จักฉนวนไมเนอร่า
  รู้จักฉนวนกันเสียงเซลลูโลส
  รู้จักฉนวนแคลเซียมซิลิเกต
  รู้จักฉนวนป้องกันความร้อนไฟเวอร์มิคูไรท์
  รู้จักฉนวนสะท้อนความร้อนฟอยล์
                             

ความรู้ทั่วไปฉนวนกันความร้อน

  ก่อนเลือกใช้ฉนวนป้องกันความร้อน
  การใช้ฉนวนกันความร้อน
  การพิจารณาเลือกใช้ฉนวน
  ประเภทฉนวนกันความร้อน
  การติดตั้งฉนวนกันความร้อน
  บ้านประหยัดพลังงาน
  ภาวะโลกร้อน

ผลงานฉนวนกันความร้อน


  
เทอร์โบการ์เมนท์
   ไพโอเนียร์
    ไซโล จ.อ่างทอง
   ไซโล จ.พิจิตร
   กระทิงแดง
   ซัมซุง
   คูซุ่นเฮงหลี
   สำนักงานใหญ่หมอเส็ง
   ฉากเรื่องพระนเรศวร
    คันทรี่เพลส
   สนามกีฬากลางชัยภูมิ
   กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
    เทสโก้โลตัส สัตหีบ
    เพนนินซูล่า
    บิ๊กซี ติวานนท์
   ตลาดรัชดา
   แฟชั่นไอซ์แลนด์
   โรงเรียนกิตติคุณ ประจวบฯ
   บ้านจารุสมบัติ
   คลังวิทยา สิงห์บุรี
    เอ็มเคสุกี้ รามคำแหง
    โรงแรมสตาร์ ระยอง
    โรงแรมดุสิต
   โตโยต้า กม.9
   มิตซูบิชิ เรียบทางด่วนวัชรพล
   โรงเรียนกวงฮั้วจ.ระยอง
   แอร์ดักส์ เดลต้า อิเล็คทรอนิค
   ธนาคารออมสิน
   ปตท. ปิโตรเคม
   ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต
   เรือนจำปราจีนบุรี
  กันตนา เม่งจ๋า
   ลีพัฒนาเกษตมั่นคง สระบุรี
   โรงเรียนชลประทาน
   โลตัส แหลมฉบัง
   ดินสุวรรณเกษตร สุพรรณบุรี
   อาคารทรงงานเดโชชัย
   เกาะล้าน ชลบุรี
   ศูนย์วิจัย ปตท. วังน้อย
   สถาบันการบินพลเรือนหัวหิน
   สนามกีฬากลาง จ.พิจิตร 
   เว็บฟอร์จ(ประเทศไทย)จำกัด
   ไทยรวมสินพัฒนาอุสาหกรรม จำกัด
   
บางกอก แฮนดิคราฟท์ เซนเตอร์
   พรีซิชั่น เอ็นยิเนียริ่ง จำกัด
   สิงห์สยาม จำกัด 
  ซานติก้าผลับ จ.พังงา
   โปรฟู้ด (ไทย) จำกัด
  
ถังร้อน จ.กระบี่
   บ้านทรายสวย จ.นครสวรรค์
   อาคารนิทรรศการ แกะสลักน้ำแข็ง
  ไซโลเฟรนด์ชีพ คอร์น สตาร์ซ 
   ไซโลซีแอนด์ดับบลิว อินเตอร์ฟูดส์
    FUN FACT(Pub & Restaurant)
    ร.พ. มงกฏวัฒนะความร้อน
   
 ท้อปเทร็นด์ เมนูแฟคเจอริ่ง
    
อาคาร เบญจจินดา
    โรงพยาบาลระยอง
    อาปิโก สตรัคเจอรัล โปรดักส์
    สำนักงานบำรุงทางร้อยเอ็ด
    เซนทรัลเวิลด์

                                                     more

               

เว็บพันธมิตร

   เพื่อประโยชน์ของท่าน ควรตรวจสอบ.ข้อมูลบริษัทฯ              ผู้ให้บริการด้วย   www.dbd.go.th

Satiti.com ฟรีสถิติ ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซต์

ผลงานฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนผับดัง

ฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนถังน้ำร้อน

ผลงานฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนเมื่อพ่นเสร็จ

ฉนวนกันความร้อน ขณะพ่น

ฉนวนกันความร้อนห้องเย็น

ผลงานฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อน ประยุกต์เป็นโฟมแกะสลัก

ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา

ฉนวนกันความร้อนและกันเสียงร้านอาหาร

ผลงานฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนหลังคาเมททัลชีสโรงงาน

ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาสวนสนุก

ติดตตั้งฉนวนกันความร้อน แม้จะมีสายต่างๆก็ไม่เป็นอุปสรรค

ผลงานฉนวนกันความร้อน

เมื่อติดตตั้งฉนวนกันความร้อนเสร็จ

ก่อนติดตั้งฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนประยุกต์พ่นเป็นเจดี ฉากหนัง พระนเรศวร

ผลงานฉนวนกันความร้อน

พ่นฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา

ฉนวนกันความร้อนถังอาหารสัตว์

ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาบ้านทั่วไป

ผลงานฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อน สีเซรามิคโค้ส

 

ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หมายถึง การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนโลกสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอากาศบริเวณใกล้ผิวโลกและน้ำในมหาสมุทร ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นถึง 0.74 ± 0.18 องศาเซลเซียส และจากแบบจำลองการคาดคะเนภูมิอากาศพบว่าในปี พ.ศ. 2544 – 2643 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 1.1 ถึง 6.4 องศาเซลเซียส

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนก็เพราะว่าก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญถ่านหินและเชื้อเพลิง รวมไปถึงสารเคมีที่มีส่วนผสมของก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์ใช้ และอื่นๆอีกมากมาย จึงทำให้ก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ลอยขึ้นไปรวมตัวกันอยู่บนชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้รังสีของดวงอาทิตย์ที่ควรจะสะท้อนกลับออกไปในปริมาณที่เหมาะสม กลับถูกก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้กักเก็บไว้ ทำให้อุณหภูมิของโลกค่อยๆสูงขึ้นจากเดิม

ผลกระทบของภาวะโลกร้อนนั้นก็มีให้เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ สภาพลมฟ้าอากาศที่ผิดแปลกไปจากเดิม ภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุที่รุนแรง อากาศที่ร้อนผิดปกติจนมีคนเสียชีวิต รวมไปถึงโรคระบาดชนิดใหม่ๆ หรือโรคระบาดที่เคยหายไปจากโลกนี้แล้วก็กลับมาให้เราได้เห็นใหม่ และพาหะนำโรคที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น


เครื่องพ่นโฟม Gusmer FF-1600

ในอนาคตคาดว่าผลกระทบของภาวะโลกร้อนจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เราสามารถช่วยกันลดภาวะโลกร้อนได้หลายวิธี หลักๆก็เห็นจะเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและประหยัด เพราะว่าพลังงานที่พวกเราใช้กันอยู่ทุกวันนี้กว่าจะมาถึงให้เราได้ใช้นั้น ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนในการผลิตมากมาย และแต่ละขั้นตอนก็จะทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกขึ้นมา เพราะฉะนั้นการลดใช้พลังงานก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ เช่น การปิดไฟเมื่อไม่ได้ใช้ การใช้น้ำอย่างประหยัด การใช้จักรยานแทนรถยนต์ในการเดินทางใกล้ๆ และอื่นๆอีกมากมาย


พ่นโฟม ใต้คอนกรีตสแล๊บ

การปลูกต้นไม้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ อย่างที่เรารู้กันดีว่าในเวลากลางวัน ต้นไม้นั้นจะช่วยหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป และหายใจออกมาเป็นก๊าซออกซิเจน เปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศให้กับโลกของเราโดยแท้ แต่ทว่าปัจจุบันป่าไม้ถูกทำลายและมีจำนวนลดลงไปอย่างมาก ฉะนั้นถ้าเราทุกคนช่วยกันปลูกต้นไม้ ก็เหมือนกับช่วยเพิ่มเครื่องฟอกอากาศให้กับโลกของเรา

ภาวะโลกร้อนนั้นกำลังส่งผลทำให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายลงอย่างเร็วมาก เมื่อน้ำแข็งละลายทำให้เกิดผลกระทบต่อธรรมชาติเป็นอย่างมากและผลกระทบโดยตรงเลยก็คือทำให้ระดับน้ำทะเลนั้นสูงขึ้นจากปกติ ทั่วโลกก็จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อย่างแน่นอนโดยเฉพาะประเทศที่มีความสูงจากน้ำทะเลไม่มากนัก รวมทั้งประเทศไทยของเราก็จะถูกน้ำท่วมหายไปเป็นบางส่วนด้วย ในอนาคตกรุงเทพมหานครก็จะจมไปอยู่ใต้ทะเลอย่างแน่นอน


กันซึมรางน้ำ

ดร.อาจอง ท่านได้พูดไว้ในรายการจับเข่าคุยว่า เมื่อก่อนคำนวณกันไว้ว่าอีกประมาณ 92 ปี แต่ตอนนี้อะไรๆก็ไม่เป็นอย่างที่คิด อุณหภูมิสูงขึ้นเร็วมาก น้ำแข็งละลายเร็วกว่าที่เคยคาดคิดกันไว้ จึงคิดว่าน่าจะเหลือซัก 30-40 ปี แต่แย่กว่านั้นเมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้พบก๊าซมีเทนปริมาณมากบริเวณใกล้ๆขั้วโลกเหนือ จึงนำเอาไปคำนวณอีกที และได้ข้อสรุปว่าคงจะเป็นอีก 30 ปีค่อนข้างแน่นอน

ถ้าพวกเราช่วยกันใช้พลังงานอย่างประหยัดในตอนนี้ และหันมาช่วยกันลดภาวะโลกร้อน ก็หวังว่ามันจะช่วยชะลอเวลาให้มันนานขึ้นอีกหน่อย อนาคตเราคงต้องมาหาเมืองหลวงใหม่กัน กรุงเทพก็คงกลายเป็นแค่ความทรงจำ เพราะภาวะโลกร้อนแท้ๆ

ผมมีโอกาสได้ดูรายการจับเข่าคุยตอนที่ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ท่านมาเป็นแขกรับเชิญ และก็ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากอยู่หลายเรื่อง วันนี้ผมขอยกเอาเรื่องของก๊าซมีเทนที่พบอยู่เป็นจำนวนมากในแถบเหนือของโลกมาเขียนเพื่อให้เพื่อนๆอ่านกันนะครับ

ก๊าซมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีความรุนแรงมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 23 เท่าตัวเลยทีเดียว และก็เป็นก๊าซที่มีส่วนที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอยู่ในตอนนี้ เป็นข่าวร้ายที่นักวิทยาศาสตร์ได้พบก๊าซมีเทนจำนวนมากมายมหาศาลประมาณ 400,000 ล้านตัน อยู่ภายใต้น้ำแข็งทางแถบเหนือของไซบีเรีย และภาวะโลกร้อนก็กำลังทำให้น้ำแข็งละลาย จึงทำให้ก๊าซมีเทนพวกนี้กำลังค่อยๆถูกปล่อยออกมาทำลายชั้นบรรยากาศของโลกเรา

ก๊าซมีเทนพวกนี้มาจากไหน? ดร.อาจองท่านได้บอกว่า แต่ก่อนบริเวณขั้วโลกเหนือในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งนั้น ไม่มีน้ำแข็งปกคลุม จึงมีสัตว์และพืชมากมายอาศัยอยู่บริเวณนั้น แต่เกิดเหตุการณ์ที่แกนโลกเปลี่ยนอย่างฉับพลัน จึงทำให้บริเวณนั้นกลายไปเป็นขั้วโลก และอุณหภูมิก็ลดลงอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 20 องศาเซลเซียสขึ้นไป กลายเป็นติดลบกว่า 50 องศาในทันที สิ่งมีชีวิตทั้งหมดถูกแช่แข็งในทันที และเมื่อเวลาผ่านไปน้ำแข็งก็เริ่มปกคลุมหนาขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างที่ให้เห็นก็มีร่างของช้างแมมมอธที่มนุษย์ขุดพบ ถูกน้ำแข็งแช่ไว้จึงไม่เน่า และบางตัวยังมีหญ้าอยู่ในปาก เพราะว่าถูกแช่แข็งในทันทีขณะที่ยังกินอาหารอยู่


พ่นพียูโฟมใต้หลังคา

เมื่อซากของสิ่งมีชีวิตมากมายถูกฝังไว้ใต้น้ำแข็ง จึงทำให้เกิดก๊าซมีเทนจำนวนมากเกิดขึ้น แต่ก็ขึ้นมาสู่ผิวโลกไม่ได้เพราะว่าถูกชั้นน้ำแข็งกักเก็บไว้ แต่ปัจจุบันภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเริ่มละลาย ก๊าซมีเทนพวกนี้กำลังค่อยๆถูกปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ และจะเป็นอีกตัวการที่เร่งให้เกิดความรุนแรงของภาวะโลกร้อนที่มากขึ้น

ถ้าพวกเรายังไม่ช่วยกันลดภาวะโลกร้อนตอนที่ยังมีเวลา มนุษย์อย่างเราอาจจะต้องตกอยู่ในสถาณการณ์เดียวกับช้างแมมมอธก็ได้ ไม่แน่ในอนาคตอาจจะมีใครขุดพบคุณถูกแช่แข็งไว้ และก็ยังมีอาหารอยู่ในปากก็เป็นได้ คราวหน้าผมจะเอาเรื่องที่แกนโลกมีโอกาสเปลี่ยนแปลงเพราะภาวะโลกร้อนมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันนะครับ อันนี้น่ากลัวมากๆ                       

100 สถานที่ ที่น่าจดจำก่อนจะหายไปจากโลก เป็นผลงานที่จะสะท้อนให้เห็นปัญหาของภาวะโลกร้อนที่กำลังส่งผลกระทบกับธรรมชาติและมนุษย์ ถูกจัดทำขึ้นโดยกลุ่ม Co+Life ซึ่งร่วมก่อตั้งโดย Stine Norden และ Søren Rud ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนิทรรศการ “Earth from Above” and “Spirit of the Wild” ในประเทศเดนมาร์ก

100 สถานที่ ที่น่าจดจำก่อนจะหายไปจากโลก ถูกผลิตขึ้นมาเป็นหนังสือ โปสเตอร์ และโปสการ์ด รวมถึง 100 สารคดีสั้นๆ ของสถานที่ ที่จะหายไปจากโลกเพราะผลกระทบของภาวะโลกร้อน ที่จะได้ออกอากาศทางโทรทัศน์ของหลายๆประเทศ ซึ่งรวมถึงช่อง 3 ของประเทศไทยด้วย


พ่นฉนวนใต้หลังคาเมทัลชีท

ผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อ 100 สถานที่นั้น แบ่งออกเป็น 9 ประเภทดังนี้

1. ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น
2. การละลายของน้ำแข็งในทะเล
3. อุณหภูมิที่สูงขึ้น
4. แนวปะการังถูกทำลาย
5. ฝนตกน้อยลง
6. ธารน้ำแข็งละลาย
7. กลายเป็นทะเลทราย
8. การละลายของน้ำแข็งบนพื้นดิน
9. สภาพอากาศที่รุนแรง

ท่านสามารถเข้าไปดู 100 สถานที่ ที่ไหนจะหายไปเพราะสาเหตุข้างต้นได้ที่ www.100places.com

ส่วนกรุงเทพมหานครของเราก็เป็นสถานที่ ที่ 58 ซึ่งเราควรจะจดจำไว้ก่อนที่จะหายไปเพราะระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะหันมามองปัญหาภาวะโลกร้อน หรือต้องรอให้ถึงวันที่กรุงเทพจมอยู่ใต้ทะเลก่อน                                 


พ่นพียูโฟมใต้หลังคา

หมู่เกาะมัลดีฟส์ หรือชื่อเรียกเต็มๆว่า สาธารณรัฐมัลดีฟส์ (Republic of Maldives) เป็นประเทศที่ประกอบด้วยหมู่เกาะมากมายกว่า 1,900 เกาะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศศรีลังกาและประเทศอินเดีย

มัลดีฟส์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติของเกาะที่สวยงาม ดำน้ำดูแนวปะการังและสัตว์น้ำที่มีอยู่มากมาย เกาะมัลดีฟส์ถือว่าเป็นเกาะสวรรค์ของทุกคนที่ไปเยือนเลยก็ว่าได้

แต่ภาวะโลกร้อนก็ทำให้เกาะสวรรค์แห่งนี้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก เมื่อผลการวัดระดับน้ำทะเลรอบๆเกาะตลอด 15 ปีที่ผ่านมานี้เพิ่มขึ้นถึง 4.5 เซนติเมตร คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 20-60 เซนติเมตรภายในสิ้นศตวรรษนี้ และเราจะพบพายุที่บริเวณเกาะมัลดีฟส์บ่อยขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ที่ว่านี้จะส่งผลกระทบต่อประชากรของประเทศและนักท่องเที่ยวอย่างมากแน่นอน ประเทศมัลดีฟส์เป็นประเทศแรกที่ลงนามในพิธีสารเกียวโต (เป็นมาตรการทางกฎหมายที่ใช้ดำเนินการในการรับมือกับภาวะโลกร้อน)

เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า เพราะฉะนั้นเราควรปลูกฝังพฤติกรรมการรักษาสิ่งแวดล้อมและการลดภาวะโลกร้อนให้กับพวกเด็กๆ เพื่อที่วันข้างหน้าเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ จะได้ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ต่อไป 

  • การประหยัดไฟ สอนให้เด็กๆรู้จักการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า ปิดไฟ, เครื่องปรับอากาศ, เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆเมื่อออกจากห้องเรียน ตอนพักเที่ยง และตอนกลับบ้าน ให้เด็กๆรู้ว่าการใช้พลังงานแบบไม่สิ้นเปลืองจะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้
  • หนังสือและสมุด  การใช้หนังสือมือสองนอกจากจะช่วยประหยัดเงิน และยังจะช่วยอนุรักษ์ต้นไม้ได้อีกด้วย สอนให้เด็กๆรู้จักดูแลรักษาหนังสือของตนเอง พอถึงช่วงสิ้นเทอมโรงเรียนอาจจะมีกล่องรับบริจาคหนังสือเพื่อให้เด็กรุ่นต่อๆไป ส่วนสมุดที่ยังใช้ไม่หมด ก็สามารถนำมาใช้ต่อในเทอมถัดไปได้ โดยอาจจะเย็บหน้าที่ใช้ไปแล้วติดกันไว้ เท่านี้ก็สามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้แล้ว
  •  
  •                                                              พ่นโฟมใต้ฝ้าฉาบเรียบ

 

  • ดินสอ ปากกา ยางลบ สอนให้เด็กๆดูแลอุปกรณ์เครื่องเขียนของตนเอง ใช้แล้วเก็บให้เป็นที่เป็นทาง อาจจะเขียนชื่อติดไว้ เวลาหล่นหายจะได้ตามหาเจ้าของได้ ไม่ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ สิ้นเปลืองพลังงานและยังสร้างขยะให้โลกมากขึ้นอีกด้วย
  • ชุดนักเรียน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องซื้อใหม่ทุกปี หรือถ้าครอบครัวไหนมีพี่น้องหลายคน ก็อาจจะเอาเสื้อที่พี่ใส่ไม่ได้แล้วมาให้น้องใส่ต่อ หรือจะเอามาบริจาคให้กับโรงเรียน เพื่อเอามาขายถูกๆเป็นชุดนักเรียนมือสอง เงินที่ได้ก็นำมาใช้ในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนต่อไป
  • ถังขยะ ในโรงเรียนควรจะใช้ถังขยะแบบแยกประเภท และสอนให้นักเรียนทิ้งแยกขยะทิ้งให้ถูกต้อง ว่าอันไหนเป็นขยะเปียก อันไหนสามารถนำไปรีไซเคิลได้ สร้างจิตสำนึกที่ดีแก่เยาวชนในการลดภาวะโลกร้อน
  • น้ำดื่ม ควรจะมีตู้น้ำดื่มไว้ให้นักเรียน เพื่อที่จะได้ลดการใช้ขวดน้ำพลาสติกลง และยังช่วยประหยัดเงินของเด็กๆด้วย
  • กิจกรรมเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ให้เด็กๆเรียนรู้เรื่องราวของภาวะโลกร้อน ปลูกฝังพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น การจัดทัศนศึกษาตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ กิจกรรมปลูกป่า หรืออาจจะจัดพื้นที่ให้มีการปลูกต้นไม้ในโรงเรียนด้วย
  • ยังมีกิจกรรมอีกหลายๆอย่างที่เราสามารถทำให้เด็กๆรู้จักการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการลดภาวะโลกร้อนได้อีก ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปลูกฝังพฤติกรรมเหล่านี้ให้กับพวกเขาก็คือ “การเป็นแบบอย่างที่ดี” ถ้าเด็กๆมีแบบอย่างที่ดีแล้ว พวกเขาก็จะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กรุ่นหลังสืบต่อไป


    พ่นโฟมใต้คอนกรีต กันความร้อน

    อากาศในบ้านเราตอนนี้คงทำให้หลายๆท่านที่อาศัยอยู่ในเมืองรู้สึกเย็นสบาย ต่างจากหน้าร้อนที่ร้อนเหลือเกิน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหนาวแบบนี้ไปได้อีกนานเท่าไหร่ หลายๆท่านก็คงเตรียมเดินทางไปเที่ยวรับลมหนาวในหลายๆจังหวัดของประเทศไทย ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีที่ประเทศเรามีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอยู่มากมาย ยังไงก็ช่วยกันท่องเที่ยวภายในประเทศของเราเพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของเราให้กลับมาคึกคักเหมือนเดิม และก็อย่าลืมศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนเดินทางนะครับ เพื่อจะได้ช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดค่าน้ำมันของเราด้วยครับ

    และในหน้าหนาวนี้เรามาช่วยกันปิดแอร์เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อนกันดีไหมครับ ด้วยอากาศที่เย็นสบายแบบนี้ แค่เราเปิดหน้าต่างรับอากาศเย็นๆจากธรรมชาติก็น่าจะพอ ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าไฟของบ้านท่านอีกด้วย การที่เราเปิดเครื่องปรับอากาศขนาด 12000 บีทียู 1 ชั่วโมง กินไฟเป็นเงินถึง 17.5 บาท ถ้าช่วงหน้าหนาวนี้เราหันมาเปิดหน้าต่างแทนการเปิดแอร์ เดือนๆนึงคงประหยัดพลังงานและเงินของท่านได้เยอะเลยทีเดียว ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ นี่คงเป็นวิธีที่ดีในการลดรายจ่าย และท่านยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันลดภาวะโลกร้อนอีกด้วยครับ

    การที่เราทิ้งขยะทุกประเภทรวมกันโดยไม่แยกนั้น ทำให้ขยะที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ (Reuse) และขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ (Recycle) ถูกทิ้งรวมไปกับขยะเปียกทั้งหลาย และอาจจะไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อีก และที่อันตรายมากก็คือขยะที่เป็นสารพิษ พวกบรรจุภัณฑ์สารเคมี กระป๋องยาฉีดกันยุง พวกหลอดไฟซึ่งมีสารเคมีฉาบไว้ ถ่านไฟฉาย เหล่านี้ล้วนเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากๆ ถ้าเราเอาทิ้งไปรวมกับขยะอื่นๆโดยที่ไม่แยก สารเคมีก็จะไหลลงสู่พื้นดิน ถ้าถูกเผาก็จะเป็นก๊าซพิษลอยขึ้นไปในอากาศ หรือถ้าถูกฝั่ง กระบวนการย่อยสลายก็จะทำให้เกิดก๊าซพิษลอยขึ้นไปในอากาศ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อนด้วย


    พ่นเซรามิคโค๊ทติ้ง ถังเก็บอาหารสัตว์

    ในบ้านเรายังไม่มีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการแยกขยะ แต่ถ้าเราทุกคนช่วยกันทำก็คงจะดีต่อสิ่งแวดล้อม เวลาจะทิ้งก็ให้เราแยกระหว่าง ขยะเปียก แก้ว พลาสติก และขยะที่เป็นพิษ เวลาเขาเก็บไปจะได้สามารถนำไปกำจัดได้อย่างถูกวิธี

    บรรจุภัณฑ์ประเภทแก้วนอกจากจะดีต่อสิ่งแวดล้อม เพราะว่าสามารถนำมารีไซเคิลได้ นอกจากนั้นยังดีต่อสุขภาพของเราอีกด้วย เพราะขวดแก้วจะไม่ทำปฏิกิริยาต่อสิ่งที่บรรจุอยู่ในนั้น ซึ่งหมายความว่ามันดีต่อสุขภาพของเรา และถือว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ของยุคภาวะโลกร้อนเลยทีเดียว

    เรามาดูกันว่าอะไรย่อยสลายยากที่สุด

    • โฟม 500 – 1,000 ปี
    • ผ้าอ้อมสำเร็จรูป 500 ปี
    • ถุงพลาสติก 100 – 450 ปี
    • อะลูมิเนียม 80 – 100 ปี
    • เครื่องหนัง 25 – 40 ปี
    • ก้นบุหรี่ 12 ปี
    • ถ้วยกระดาษเคลือบ 5 ปี
    • เปลือกส้ม 6 เดือน
    • เศษกระดาษ 2 – 5 เดือน

    การที่เรานำของเก่ากลับมาใช้อีก และการรีไซเคิลนั้น สามารถลดการใช้พลังงานไปได้มาก เพราะฉะนั้นการแยกขยะให้เป็นประเภทและทิ้งให้ถูกวิธีนั้น ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะสามารถลดภาวะโลกร้อนได้ครับ


    พ่นเซลลูโลส ป้องกันเสียง

    ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกเรามากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจทำให้บางสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งไม่พอสูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้ได้ แต่ดูเหมือนบางสายพันธุ์ไม่ได้หวั่นเกรงต่อภาวะโลกร้อนนี้เลย แต่กลับยิ่งขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้น และยังร้ายมากขึ้นอีกด้วย ..โชคไม่ดีที่สายพันธุ์ที่ผมกำลังพูดถึงนั้นก็คือเจ้ายุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก ที่คอยคร่าชีวิตมนุษย์อย่างพวกเรานี่เอง

    เฉพาะในประเทศอินเดียและทวีปอเมริกาใต้มีผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้เลือดออกถึง 500,000 คนต่อปี และในปีสองปีที่ผ่านมานี้ ไข้เลือดออกระบาดรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม นักวิจัยได้ให้ความเห็นตรงกันว่าสาเหตุที่ทำให้เป็นแบบนี้ก็เพราะเจ้าภาวะโลกร้อนนั่นเอง

    ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้วงจรชีวิตของยุงลายเปลี่ยนไป คาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำที่ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ลูกน้ำยุงลายฟักตัวเร็วขึ้นจากเดิม 7 วันกลายเป็น 5 วัน ซึ่งแน่นอนทำให้พวกยุงลายเพิ่มจำนวนประชากรได้เร็วขึ้น และจากเดิมที่ยุงลายเคยออกหากินเฉพาะในตอนกลางวัน แต่ภาวะโลกร้อนทำให้ยุงลายออกหากินในช่วงกลางคืนถึง 5 ทุ่มด้วย ซึ่งแต่ก่อนจะมีแค่ยุงรำคาญที่ออกหากินในเวลานี้ ทำให้การควบคุมโรคนั้นยากขึ้นไปกว่าเดิม

    ที่ร้ายกว่านั้นก็คือไวรัสเดงกี่ (Dengue Virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกนั้น แต่เดิมจะมีอยู่ในเฉพาะยุงลายตัวเมีย เพราะการที่ยุงลายจะติดไวรัสเดงกี่ได้นั้น จะต้องไปกัดคนที่เป็นไข้เลือดออกและรับไวรัสนี้มาเท่านั้น แต่ตอนนี้พบว่ามีไวรัสเดงกี่ในยุงลายตัวผู้ด้วย จึงเกิดข้อสงสัยว่าทำไมยุงลายตัวผู้ถึงมีไวรัสนี้ เพราะอย่างที่เรารู้กันว่ายุงลายที่กินเลือดคนนั้นมีแต่ยุงตัวเมีย และก็ได้พบว่าเกิดจากการที่แม่ของมันที่มีไวรัสเดงกี่ถ่ายทอดไวรัสนี้มาให้ตั้งแต่เกิด เพราะว่ามีการพบไวรัสเดงกี่นี้ในลูกน้ำยุงลายด้วย

    ยุงลายตัวผู้ที่มีไวรัสเดงกี่ เวลาที่มันไปผสมพันธุ์กับตัวเมียก็จะแพร่ไวรัสนี้ผ่านทางน้ำเชื้อไปติดตัวเมียด้วย และยุงลายตัวผู้สามารถผสมพันธุ์ได้หลายครั้ง จึงทำให้เชื้อไวรัสนี้แพร่กระจายไปเร็วมากขึ้นกว่าเดิม และยังจะถูกถ่ายทอดไปยังลูกของมันได้อีกด้วย

    พอได้รู้แบบนี้จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมโรคไข้เลือดออกถึงได้ระบาดหนักมากขึ้น ตอนนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องก็กำลังคิดค้นหาวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกอยู่ แต่คงต้องใช้เวลาอีกหลายปี ตอนนี้เราก็ได้แต่ป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด และช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ของมัน ดูเหมือนว่าพวกมันปรับตัวได้ดีเหลือเกินกับภาวะโลกร้อนที่เป็นอยู่ในตอนนี้


               


    กันซึม เซรามิคโค๊ตติ้ง


    ทากันซึม บนดาดฟ้าคอนกรีต

    ตอนนี้องค์กรต่างๆของบ้านเราก็เริ่มหันมาผลิตถุงผ้าของตัวเองออกมา และก็มีการรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้ากันอย่างกว้างขวางมากขึ้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกคนหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนกันมากขึ้น บางคนอาจะมีคำถามในใจขึ้นว่า แล้วเราจะใช้ถุงผ้าตอนไหน ? ใช้ทำอะไร ? ผมก็พอจะตอบแบบตรงๆได้ว่า ก็ให้ใช้แทนถุงพลาสติกที่ท่านใช้ในแต่ละวันไงครับ ผมจะลองยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพนะครับ

    • เข้ามินิมาร์ท ก็บอกพนักงานว่าไม่ต้องใส่ถุง และก็เก็บใส่ถุงผ้าเราแทน
    • เข้าไปซื้อของในโลตัส คาร์ฟู ก็ใช้ได้นะ อายทำไมถุงเราสวย
    • ซื้อกับข้าวแถวบ้าน ก็ใส่ถุงผ้าแทน ลดถุงพลาสติกไปได้หลายถุงเลย

    ถ้าเราทุกคนร่วมมือกัน และหันมาใช้ถุงผ้ากันมากๆ ต่อไปเราก็จะเห็นคนหันมาใช้ถุงผ้าตามกันมากขึ้น เพราะบางท่านอาจจะไม่ค่อยกล้าใช้ หรือมองว่ามันลำบากมากขึ้น แต่ยังไงก็ขอให้ช่วยกันเถอะครับ เพื่อที่จะแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

    ยังไงก็ตามแต่หากเรามองถุงผ้าเป็นสินค้าแฟชั่น และซื้อมาไว้มากมายเกินความจำเป็น มันก็จะไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น กลับจะทำให้เกิดขยะบนโลกมากขึ้น ทั้งนี้ก็ขอให้มองจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ทำให้ถุงผ้าเกิดขึ้นมา อย่าตามกระแสแฟชั่นมากเกินไป เพราะมันก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้นนั่นเอง

    น้ำแข็งที่ละลายอย่างรวดเร็วยังทำให้น้ำในมหาสมุทรสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เฉลี่ย 3 มิลลิเมตรต่อปี แถมแผ่นดินก็เกิดเการทรุดตัวลงมาอีกด้วย แถวชานเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพทุรดตัวลงมา 5-10 เซนติเมตรต่อปี ถ้าเรายังไม่ช่วยกันลดภาวะโลกร้อน ต่อไปคงจะได้เล่นน้ำในกรุงเทพกัน เป็นทะเลกรุงเทพของแท้เลย

    เราสามารถช่วยลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อนได้ โดยการหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของที่ทำให้เกิดก๊าซเหล่านี้ เช่น ตู้เย็นเก่าๆที่ยังใช้สารทำความเย็น CFCs อยู่, พวกสเปรย์ และยาฆ่าแมลงที่มีสารพวกนี้ หรืออาจจะไม่บริโภคสินค้าที่ใช้ยาฆ่าแมลง นอกจากจะดีต่อโลกแล้วยังดีต่อตัวเองอีกด้วย และวิธีที่ดีมากๆนั่นก็คือการช่วยกันปลูกต้นไม้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายวิธีที่คุณก็ทำได้ มาช่วยกันเถอะครับ คนละนิดละหน่อยเพื่อลดภาวะโลกร้อน เพื่อโลกของเรา

    เรามาดูกันว่าทำไมก๊าซเรือนกระจกจึงทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และมันส่งผลกระทบอะไรกับโลกของเราบ้าง เมื่อหลายปีที่ผ่านมาคงมีคนเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับปรากฏการณ์เรือนกระจกมาบ้างแล้ว  โจเซฟ ฟูริเออร์ เป็นผู้ค้นพบปรากฏการณ์เรือนกระจกเมื่อปี พ.ศ. 2367 ปรากฏการณ์เรือนกระจกนี้ทำให้โลกของเราเก็บความอบอุ่นไว้เพื่อให้สิ่งมีชีวิตในโลกดำรงค์ชีวิตอยู่ได้

    แต่ในปัจจุบันประชากรของโลกเรานั้นเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากเมื่อ 57 ปีที่แล้วมี 2,500 ล้านคน ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาถึง 6,600 ล้านคน เมื่อประชากรกำลังขยายตัวมากขึ้น ทรัพยากรก็ถูกนำมาใช้มากมายเพื่อสนองความต้องการของพวกเรา ทั้งการตัดไม้เพื่อมาสร้างที่อยู่หรือเครื่องใช้ต่างๆ รวมไปถึงน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน เกิดอุตสาหกรรมผลิตอาหารและสินค้ามากมาย ผลกระทบของการเผาผลาญพลังงานเหล่านี้ก็คือก๊าซเรือนกระจกที่ค่อยๆจับตัวกันบนชั้นบรรยากาศของโลก ในขณะที่ป่าไม้ก็ลดลงไปอย่างรวดเร็ว


    พียูโฟมใต้หลังคาโค้ง

    เมื่อก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้จับตัวหนาอยู่บนชั้นบรรยากาศ ก็ทำให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่จะต้องระบายออกไปอย่างสมดุลเป็นไปไม่ได้ โลกเราก็เลยเปรียบเหมือนเตาอบที่อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆน้ำแข็งที่อยู่ตรงขั้วโลกและที่ธารน้ำแข็งต่างๆก็จะละลายเร็วเกินไป ปกติน้ำแข็งจะสะสมไว้ในฤดูฝน เพื่อที่จะค่อยๆละลายออกมาไหลลงเป็นแม่น้ำต่างๆ อย่างเช่นแม่น้ำคงคา 70% เป็นน้ำที่ไหลมาจากการละลายของน้ำแข็งที่เทือกเขาหิมาลัย


    พียูโฟม ตู้คอนเทนเนอร์

    เมื่อน้ำแข็งละลายเร็วเกินไปก็ส่งผลกระทบมากมายให้กับสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลก อย่างเช่นหมีขั้วโลกก็จะไม่มีน้ำแข็งไว้เหยียบ ต้องว่ายๆน้ำเป็นระยะทางไกลๆเพื่อหาอาหาร และอาหารของมันก็หายากมากขึ้นทุกที ทำให้หมีขั้วโลกนั้นใกล้จะสูญพันธุ์ ส่วนผลกระทบที่มีต่อพวกเรานั้นก็ได้เห็นกันไปมากมายแล้ว พอน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็วก็ทำให้อุณหภูมิของมหาสมุทรเปลี่ยนไป ส่งผลกระทบกับสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงทำให้เกิดภัยพิบัติมากมาย พอน้ำในมหาสมุทรเปลี่ยนไปก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในทะเล พวกปะการังก็จะค่อยๆตาย แนวปะการังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ถ้าไม่มีปะการังสัตว์น้ำมากมายก็จะสูญพันธุ์ไป ตัวที่ยังอยู่ก็ไม่สามารถฟักไข่ได้ เพราะอุณหภูมิในน้ำไม่เหมาะสม อนาคตถ้าเรายังไม่ช่วยกันลดภาวะโลกร้อน เราอาจจะไม่มีปลากินแล้วก็ได้  

    อย่างที่เราทราบกันดีว่าถุงพลาสติกนั้นทำให้เกิดขยะขึ้นบนโลกของเรามากมาย แถมยังใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 450 ปีอีกด้วย ปัจจุบันเฉพาะในกรุงเทพมหานครมีขยะที่เป็นถุงพลาสติกถึง 1,800 ตันต่อวันเลยทีเดียว โอ้โห ! อะไรจะมากมายขนาดนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าถุงพลาสติกนั้นกำลังมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากมายบนโลกของเรา เพราะฉะนั้นจึงมีคนที่มองเห็นถึงปัญหานี้ และได้ผลิตถุงผ้าออกมาให้พวกเราได้ใช้กัน เพื่อที่จะรณรงค์ในการลดใช้ถุงพลาสติกและก็จะช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อนลงได้

    ปัจจุบันได้มีถุงผ้าหลากหลายรูปแบบออกมาวางขายกันให้เราได้เลือกซื้อเยอะไปหมด หลังจากที่ถุง I’m Not a Plastic Bag ของดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ Anya Shindmarch ได้ถูกออกแบบและออกมาวางขายจนโด่งดังจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ก็มีผู้ที่หันมาให้ความสนใจ และผลิตถุงผ้าออกมาวางขายกันอย่างมากมา

     

    วิธีลดภาวะโลกร้อน

    การลดภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกันทำ เราทุกคนก็ต่างมีส่วนที่ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น เพราะเพียงแค่เราหายใจอยู่เฉยๆก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแล้ว ยังไม่รวมถึงกิจกรรมต่างๆมากมายที่เราทำอยู่ทุกๆวัน ถึงเวลาที่เราต้องเลิกคิดว่าภาวะโลกร้อนไม่ใช่ธุระของเรา แล้วหันมาร่วมมือกัน..มาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาโลกร้อนกันเถอะ

    ถ้าท่านคิดว่าการลดภาวะโลกร้อนนั้นมันทำได้ยาก หรือคิดว่าท่านคนเดียวช่วยโลกไม่ได้ หรือว่าจะทำตอนนี้มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นแล้ว ท่านกำลังคิดผิด!! ทุกอย่างที่เราทำจะส่งผลดีต่อโลก และมันยังมีเวลาอยู่ ถ้าไม่เริ่มที่ตัวเราก่อนก็ไม่รู้จะให้ไปเริ่มจากตรงไหน แค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างของเราทำอยู่ในวันๆหนึ่ง ก็สามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้แล้ว ผมจะยกตัวอย่างให้ดูซัก 10 ข้อ ผมเชื่อว่ามันใกล้ตัวทุกท่านมาก และสามารถลงมือทำได้เลยด้วยซ้ำ

    1. ปรับ Desktop Wallpaper ของท่านให้เป็นสำเข้ม ยิ่งเป็นสีดำเลยยิ่งดี เพราะว่ามันจะประหยัดไฟมากกว่า รวมไปถึง Screen Saver ก็ให้ตั้ง Blank ไว้ มันจะเป็นหน้าจอดำสนิท ปิดคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ได้ใช้งาน เช่น ตอนพักเที่ยง และตอนกลับบ้าน

    2. พกผ้าเช็ดหน้า แทนที่จะใช้กระดาษทิชชู สมัยนี้มีกระดาษทิชชูห่อสวยๆพกง่ายๆออกมา หลายคนใช้มันแทนผ้าเช็ดหน้า เพราะว่ามันสะดวกและห่อมันก็น่ารักด้วย แต่กระดาษทิชชูผลิตมาจากต้นไม้ ยิ่งใช้มากก็ยิ่งต้องตัดมาก ถ้าไม่จำเป็นก็ให้ใช้ผ้าเช็ดหน้าดีกว่าครับ เก็บต้นไม้ไว้เป็นปอดให้กับโลกเราบ้างเถอะนะ

    3. การชาร์ตแบตมือถือ การชาร์ตแบตมือถือของคนทั่วๆไปเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ถึง 95% เพราะว่ามักจะเสียบสายค้างไว้ทั้งๆที่แบตเต็มแล้ว ท่านรู้ไหมว่าถึงแบตจะเต็มแล้วแต่ว่าถ้าไม่ถอดออกมันก็จะยังกินไฟอยู่ ฉะนั้นเวลาแบตเต็มแล้วก็ให้ถอดสายออก แต่ถ้ายังเสียบหม้อแปลงกับเต้าเสียบค้างไว้มันก็ยังกินไฟอยู่ดี เพราะฉะนั้นก็ให้ถอดออกให้หมด

    4. ประหยัดน้ำ อย่าใช้น้ำแบบสิ้นเปลือง ถ้ามีโอกาสได้เปลี่ยนก๊อกที่บ้าน ก็ให้ใช้ก๊อกน้ำแบบเพิ่มฟองอากาศ น้ำที่ไหลออกมาจะมีฟองอากาศออกมาด้วยทำให้ดูเหมือนมีน้ำเยอะ แต่จะประหยัดกว่าก๊อกธรรมดาถึงครึ่งหนึ่ง ถ้านึกไม่ออกให้ดูห้องน้ำตามห้าง น้ำที่ไหลออกมาจะเป็นแบบนั้น และเวลาใช้น้ำที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านเราก็ควรจะประหยัดด้วย ไม่ใช่คิดว่าของฟรี หรือเวลาไปพักตามโรงแรมก็อย่าคิดว่าใช้ให้คุ้ม เพราะว่าทำแบบนี้แหละโลกถึงร้อน

    5. ประหยัดไฟ ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้และถอดปลั๊กด้วย รวมไปถึงหลอดไฟด้วย ถ้ามีโอกาสก็เปลี่ยนหลอดไส้เป็นหลอดประหยัดไฟ CFL ซะ ที่มันเป็นเกลียวๆ ถึงหลอดพวกนี้จะแพงกว่า แต่ก็ประหยัดไฟกว่ามาก แถมอายุการใช้งานก็ยาวกว่าเยอะ ซึ่งในระยะยาวก็จะคุ้มกว่าแน่นอน

    6. ลดใช้ถุงพลาสติก ถุงพลาสติกทำให้เราสะดวกขึ้นก็จริง แต่มันเป็นภัยต่อโลกอย่างมากมาย กว่าถุงที่เราใช้จะย่อยสลายไป ตัวเรานั้นย่อยสลายก่อนมันไปนานแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใช้ แต่ถ้าต้องใช้จริงๆก็ให้เก็บไว้เพื่อนำไปใช้ครั้งต่อไปได้อีก เวลาจ่ายตลาดก็ให้ใช้ถุงผ้าแทน ถุงผ้าสวยๆก็มีออกมาขายกันเยอะแยะ

    7. ลดอาหารแช่แข็ง อาหารแช่แข็งตอนนี้กำลังมีมากขึ้นเรื่อยๆ และก็เห็นมีคนนิยมบริโภคมากขึ้นเหมือนกัน แต่ท่านรู้ไหมว่าขั้นตอนการผลิตนั้นทำให้สิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก เพราะว่ากล่องที่ใส่ก็เป็นพลาสติก ขั้นตอนในการขนส่งก็ต้องเก็บไว้ในที่เย็นตลอดเวลา รวมไปถึงตอนที่อยู่ในร้านด้วย แม้กระทั่งตอนจะกินยังต้องใช้พลังงานในการอุ่นอีก เพราะฉะนั้นถ้าไม่จำเป็นก็อย่ากินเลยครับ มันสิ้นเปลืองพลังงาน กินของสดอร่อยกว่าอีก

    8. ใช้จักรยาน เวลาที่ท่านไปทำธุระใกล้ๆบ้าน อาจจะไปซื้อของ จ่ายตลาด นอกจากจะประหยัดน้ำมันในยุคที่น้ำมันแพงแล้ว ยังช่วยให้ท่านได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพที่ดีอีกด้วย ไม่ต้องไปเสียเงินเข้าฟิตเนสแพงๆ

    9. ลดการ Shopping หลายคนนั้นการ Shopping เป็นอะไรที่มีความสุขเหลือเกิน แต่ก็ขอให้ลดการซื้อแบบสิ้นเปลืองลงบ้าง บางทีก็ซื้อๆไปอย่างนั้นแหละ แต่ก็ได้ใส่แค่ครั้งสองครั้ง บางชิ้นอาจไม่ได้ใส่ด้วยซ้ำ แต่อยากซื้อ..อะไรที่คิดว่าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องซื้อหรอกครับ เอาแค่อันที่เราจะใส่จริงๆ เพราะว่ามันต้องใช้พลังงานมากมายในอุตสาหกรรมพวกนี้

    10. ปลูกต้นไม้ ผมว่ามนุษย์ทุกคนชอบธรรมชาติ เวลาที่เราได้เห็นสถานที่ที่มีธรรมชาติงดงาม ไม่ว่าจะเป็นป่าไม่ที่เขียวชอุ่ม น้ำใสๆ ชายหาดที่ขาวสะอาด เราจะรู้สึกสบายใจและชอบมัน แต่ว่าพวกเราก็ไม่ได้ช่วยกันรักษามัน เพราะฉะนั้นถ้ามีเวลาก็ให้ช่วยกันปลูกต้นไม้ อาจจะเป็นที่สวนหน้าบ้านได้ หรือมีเนื้อที่ตรงไหนก็ปลูกตรงนั้น ใส่กระถางไว้ก็ได้ นอกจากจะทำให้บ้านดูสวยขึ้นแล้ว ยังจะช่วยลดก๊าซพิษในอากาศได้อีกด้วย

    ผมเชื่อว่า 10 วิธีที่ผมยกตัวอย่างมานี้ ต้องมีมากกว่าหนึ่งข้อที่คุณสามารถทำได้ คุณไม่จำเป็นต้องทำทุกข้อ แต่ยิ่งทำมากก็ยิ่งดี แค่นี้คุณก็จะได้มีส่วนในการช่วยลดภาวะโลกร้อนแล้ว ส่วนจะทำมากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของแต่ละคน และสุดท้ายนี้อยากบอกทุกคนว่าในโลกนี้ไม่มีความสำเร็จไหนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ มีแต่ความสำเร็จเล็กๆที่รวมกันขึ้นมา จนสามารถกลายเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ เพราะฉะนั้นอย่านึกว่าสิ่งเล็กๆเหล่านี้ที่เราทำมันไม่มีความหมายนะครับ     

     

    ลดใช้ถุงพลาสติก ลดภาวะโลกร้อน

    ถุงพลาสติกนั้นเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ไม่ต้องใส่ถุงครับ/ค่ะ เป็นคำที่เราควรบอกกับพนักงานหรือแคชเชียร์ในซุปเปอร์มาร์กเก็ตเวลาที่เราซื้อสินค้าเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น บางคนเข้าไปซื้อน้ำขวดเล็กๆขวดนึงในร้านสะดวกซื้อ ใส่ถุงพลาสติกออกมา แล้วก็หยิบน้ำออกมาดื่ม ส่วนถุงก็ทิ้งตรงถังขยะที่ตั้งอยู่ตรงหน้าร้านนั่นแหละ เราดื่มน้ำหมดไปแล้ว แต่ถุงที่ใส่มันมาได้ไม่กี่วินาทีกว่าจะย่อยสลายนี่ปาไปถึง 100-1,000 ปีเลยทีเดียว ผมคนนึงแหละที่แต่ก่อนเคยทำแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมไม่ทำอีกแล้ว เคยคิดไหมว่าจะใส่ถุงทำไมให้มันเปลืองเนี่ย..

    เรามาช่วยกันลดภาวะโลกร้อนโดยการที่ตอนซื้อของเล็กๆน้อยๆก็บอกพนักงานเค้าว่าไม่ต้องใส่ถุง ไม่ต้องอายหรอกครับ ผมว่าดูดีซะมากกว่า เมื่อก่อนนี้ผมจำได้ว่าเวลาไปซื้อของตามซุปเปอร์ มาร์กเก็ตต่างๆ พนักงานเค้าจะใช้ถุงเปลืองมากๆ แยกใส่ของตามแต่ละประเภท ประมาณว่าเงินค่าจ้างที่จะได้ มาจากจำนวนถุงพลาสติกที่ใช้ในแต่ละวันเลย (แฮะๆ ล้อเล่นนะครับ) แต่ว่าเดี๋ยวนี้ก็ลดการใช้มากกว่าแต่ก่อนแล้ว มันก็เป็นเรื่องดีที่ทุกฝ่ายหันมาสนใจในการช่วยกันลดภาวะโลกร้อนกันมากขึ้น

    ไม่ใช่แต่เฉพาะถุงพลาสติกเท่านั้น ถุงกระดาษที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ รู้ไหมว่ามันทำลายธรรมชาติยิ่งกว่าถุงพลาสติกซะอีก เพราะว่ากระดาษนั้นทำมาจากต้นไม้ และกระบวนการผลิตนั้นก็ทำให้เกิดมลพิษอย่างมาก เวลาที่ไปซื้อของในห้าง ในร้านหรูๆ เค้ามักจะใช้ถุงกระดาษ ซื้อหลายร้านก็ยิ่งหลายถุง -_-” ผมมีตารางมาเปรียบเทียบมาให้ดู ระหว่างถุงพลาสติกกับถุงกระดาษนะครับ

     

     ถุงพลาสติก ถุงกระดาษ 
     ถุง 1 ตัน = น้ำมันดิบ 11 บาร์เรล  ถุง 1 ตัน = ต้นไม้ 17 ต้น
    การนำกลับมารีไซเคิล 1%  การนำกลับมารีไซเคิล 20%
     1 ถุง = มลพิษทางอากาศ 500 กรัม น้อยกว่าถุงกระดาษ 80%  1 ถุง = มลพิษทางอากาศ 2.6 กิโลกรัม
     3% ลอยอยู่ในแหล่งน้ำและทะเล สัตว์กินเข้าไปแล้วก็จะตาย  กระบวนการผลิตก่อมลพิษทางน้ำเลวร้ายกว่าการผลิตถุงพลาสติก 50 เท่าตัว

    ข้อมูลจากหนังสือ The Green Guide เพราะว่าโลกร้อนมันจี๊ด!

     

    จะเห็นว่าถุงกระดาษนั้นทำให้เกิดมลพิษมากกว่าถุงพลาสติกซะอีก ทางที่ดีในการช่วยลดภาวะโลกร้อน ผมว่าถ้าทำได้เราควรใช้ถุงผ้าดีกว่า เวลาไปซื้อของซื้อกับข้าว เดี๋ยวนี้ก็มีถุงผ้าออกมาขายกันเยอะแยะ แถมสวยซะด้วย ใครที่คิดว่าใช้ถุงผ้าแล้วเชยผมว่าลองคิดใหม่ดูนะครับ

    ยังไงก็ตามแต่ ถ้าจะให้เลิกใช้ถุงพลาสติกไปเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็อยากให้ทุกคนช่วยกันลดการใช้ลงมา อันไหนที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปใช้ อันไหนที่ต้องใช้ก็ใช้ไป แต่ก็อย่าลืมเก็บไว้ใช้อีกครั้งได้ หรือที่เค้าเรียกว่า Reuse นั่นเอง สำหรับถุงพลาสติกผมว่าเอากลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้งเลยทีเดียว สุดท้ายนี้ก็..อย่าลืมนะครับ “ไม่ต้องใส่ถุงครับ/ค่ะ” เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อนนะครับ ^^ แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าครับ


    กินอย่างไร ช่วยลดภาวะโลกร้อน

    วันนี้ผมมีวิธีการเลือกอาหารการกินแบบที่สามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้มาฝากกันครับ การช่วยลดภาวะโลกร้อนไม่ได้ยากอยากที่คิดเลยครับ แม่กระทั่งการเลือกซื้ออาหารที่ถูกต้องเหมาะสม ก็สามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้แล้ว

    อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยในการดำรงค์ชีวิตของมนุษย์ ดังนั้นเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญต่อเรา คนเราปกติแล้วกินอาหารทุกวัน ถ้าเรารู้วิธีที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ โดยการเลือกซื้ออาหารในแบบที่ถูกต้องแล้ว ผมคิดว่าคงจะช่วยโลกได้พอสมควรเลยทีเดียวครับ ทีนี้เรามาดูกันว่าเลือกซื้ออาหารอย่างไรถึงจะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้

    ซื้อของสดที่ตลาดใกล้บ้าน ถ้าใกล้ๆบ้านของท่านมีตลาดสดอยู่ ก็ควรที่จะซื้ออาหารหรือของทำกับข้าวที่นั่น เพราะว่าถ้าเทียบกับการซื้อกับข้าวหรือของสดภายในห้าง ที่มีการแพ็คเกจจิ้งอย่างฟุ่มเฟือย ทั้งถาดโฟม ห่อพลาสติค กล่องกระดาษ แล้วนั้น การซื้อของจากตลาดสดจะมีผลดีต่อโลกมากกว่า แล้วก็อย่าลืมเอาถุงผ้าหรือตะกร้าของเราไปจ่ายตลาดด้วยนะครับ

    แวะซื้อของหรือกับข้าวหลังจากเลิกงานหรือไปธุระ ถ้าในทางผ่านของเรามีตลาดสด หรือร้านขายกับข้าว ก็ควรจะแวะซื้อไปเลย จะได้ไม่เปลืองค่าน้ำมันรถ แล้วยิ่งตอนนี้น้ำมันแพงแล้วด้วย นอกจากช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ ยังจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของเราไปอีกทางหนึ่งด้วย

    ซื้อผักผลไม้ตามฤดูกาล ที่ปลูกภายในประเทศ แล้วถ้ายิ่งเป็นผักปลอดสารพิษนั้นยิ่งน่าอุดหนุน เพราะการใช้ยาฆ่าแมลงนั้น นอกจากจะทำให้เกิดสารพิษทำร้ายโลกแล้ว ยังจะเป็นอันตรายต่อเราอีกด้วย และการเลือกซื้อผลไม้ที่ปลูกในประทศเรานั้น นอกจากจะช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทยแล้วนั้น ยังจะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่งข้ามประเทศ ลดพลังงานจากการต้องแช่แข็ง แถมเรายังได้กินของที่สดกว่าด้วย

    ลดการกินอาหารแช่แข็ง อาหารแช่แข็งเป็นอาหารที่แทบจะใช้พลังงานสิ้นเปลืองในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นกล่องพลาสติกที่ใส่ การขนส่ง แล้วยังจะต้องแช่เย็นไว้ตลอดเวลา แถมตอนจะกินยังต้องใช้ไมโครเวฟอุ่นอีก ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรจะกินอาหารแช่แข็ง

    ลดกินเนื้อวัว อุตสาหกรรมเนื้อวัวนั้นสร้างก๊าซเรือนกระจกสูง ไม่ว่าจะเป็นก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์, ก๊าซมีเทนที่ออกมาจากมูลและการเรอของวัว เพื่อนๆสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อวัวได้ที่นี่ครับ กินเนื้อทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

    ถ้าเพื่อนๆสามารถทำแบบนี้ได้ทั้งหมด หรือว่าซัก 2-3 ข้อก็ยังดีนะครับ แค่นั้นก็จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้แล้ว

    ข้อมูลจากหนังสือ The Green Guide เพราะว่าโลกร้อนมันจี๊ด!

    เลือกใช้ตู้เย็นที่ช่วยลดพลังงาน

    การลดภาวะโลกร้อนกับตู้เย็นนั้น จะเกี่ยวข้องกันอย่างไรเรามาดูกันนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นในปัจจุบัน เพราะว่ามองไปบ้านไหนถ้าไม่มีตู้เย็นก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลก แต่ว่าตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ที่กินไฟฟ้าอยู่มากเลยทีเดียว เพราะว่าต้องเสียบปลั๊กไว้ตลอดเวลา โดยเฉพาะตู้เย็นเก่าๆก็จะกินไฟมากกว่า แถมสารทำความเย็นในตู้เย็นนั้นก็ยังทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย

    แต่ถ้าจะให้เลิกใช้ตู้เย็นไปเลยก็คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเรามาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะดูว่าตู้เย็นแบบไหนที่เหมาะกับบ้านเรา และเราควรใช้งานตู้เย็นแบบไหนถึงจะเป็นผลดีต่อโลกมากที่สุด

    การตั้งตู้เย็น
    เราควรตั้งตู้เย็นให้ห่างจากฝาผนังซักประมาณ 15 เซนติเมตร ถ้าเราตั้งใกล้ผนังมากเกินไปจะทำให้ตู้เย็นระบายความร้อนออกได้ยาก ลองเอามือไปแตะๆผนังบ้านดู ถ้าตั้งใกล้ๆมันจะร้อน

    แช่ของเท่าที่จำเป็น
    ยิ่งเราแช่ของในตู้เย็นมากเท่าไหร่ ตู้เย็นก็จะทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นอะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเอาไปแช่ ของที่แช่ไว้นานๆแล้วก็เอาออกมากินซะ ตู้เย็นจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก

    อย่าแช่ของที่ยังร้อนๆอยู่
    เราไม่ควรเอาของที่ยังร้อนอยู่เข้าไปแช่ในตู้เย็นทันที เพราะว่าจะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักมาก ควรตั้งทิ้งไว้ข้างนอกก่อนให้มันหายร้อน แล้วก็ค่อยนำไปใส่ในตู้เย็น

    ละลายน้ำแข็งเป็นประจำ
    น้ำแข็งที่เกาะอยู่ในช่องแช่แข็งนั้น บางคนอาจจะนึกว่ามันดี แต่จริงๆแล้วมันทำให้ตู้เย็นทำงานหนักขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นเราควรกดปุ่มละลายน้ำแข็งอยู่เป็นประจำ ไม่ให้มันเกาะหนาอยู่อย่างนั้น

    เลือกตู้เย็นที่มีขนาดเหมาะสม
    ไม่ควรเลือกตู้เย็นที่มีขนาดใหญ่เกินไป เพราะว่ามันจะกินไฟมากกว่าโดยไม่จำเป็น  ควรจะเลือกขนาดให้เหมาะกับการใช้งานของเรา เป็นการใช้พลังงานโดยคุ้มค่า ช่วยลดภาวะโลกร้อน

    ตู้เย็นเก่าๆควรเปลี่ยน
    เพราะว่าตู้เย็นเก่าๆเกิน 10 ปีนั้นกินไฟมากกว่า แถมยังใช้สาร CFCs ซึ่งทำลายชั้นโอโซน และทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกตั้งหาก ตู้เย็นใหม่ๆจะถูกพัฒนาและทำให้กินไฟน้อยกว่า ซึ่งในระยะยาวจะคุ้มกว่าแน่นอน

    ทีนี้เรามาดูเรื่องสารทำความเย็นกัน ใครกำลังจะซื้อตู้เย็นใหม่หรือกำลังคิดจะซื้อก็น่าจะอ่านไว้ เวลาไปเลือกจะได้เลือกถูกว่าแบบไหนช่วยลดภาวะโลกร้อนมากที่สุด

    ตู้เย็นสมัยก่อนๆนั้นใช้สารซีเอฟซี CFCs (Chloroflurocarbons) ในการทำความเย็น ผมคิดว่าหลายคนคงเคยได้ยิน ตู้เย็นที่ใช้สารทำความเย็นอันนี้ไม่ควรใช้ เพราะว่ามันทำลายโอโซน และทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

    ส่วนตู้เย็นที่ใช้สารเอชเอฟซี HFCs (Hydrofluorocarbons) ในการทำความเย็นก็จะดีหน่อย ไม่ทำลายชั้นโอโซน แต่สร้างก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 1,200 เท่าเลยทีเดียว

    ตู้เย็นที่ใช้สารเอชซี HCs (Hydrocarbons) อันนี้ไม่ทำลายชั้นโอโซน สร้างก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ 3-4 เท่าตัว เท่านั้น เพราะฉะนั้นเวลาเลือกซื้อตู้เย็นก็ควรดูอันที่ใช้สารเอชซีในการทำความเย็น และที่สำคัญก็ต้องเป็นเบอร์ 5 ด้วย เพื่อที่จะได้ประหยัดไฟ

    ทีนี้เพื่อนๆก็ได้รู้แล้วว่าเวลาเลือกซื้อตู้เย็นควรจะดูอะไรบ้าง แค่เลือกซื้อตู้เย็นก็สามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้แล้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ แล้วต่อไปผมจะนำเรื่องราวแบบนี้มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันอีกนะครับ ถ้ามีอะไรก็คอมเม้นต์ทักทายกันได้นะครับ ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่        

    ลดภาวะโลกร้อน ด้วยการประหยัดไฟ

    การใช้ไฟฟ้าที่สิ้นเปลือง ก็เป็นสาเหตุหนึ่งในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนได้ เพราะไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เป็นพลังงานที่เกิดจากการเผาผลาญพวกถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องนำเข้ามา กระบวนการพวกนี้จะก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และมลพิษทางอากาศ ดังนั้นแค่เพื่อนๆประหยัดไฟ ก็สามารถที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้แล้ว รวมทั้งยังจะช่วยในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจได้อีกด้วย

    คราวที่แล้วผมนำเสนอเกี่ยวกับการเลือกซื้อตู้เย็นแบบช่วยลดภาวะโลกร้อนไปแล้ว คราวนี้เรามาดูกันว่า ถ้าเราคิดจะซื้อเครื่องไฟฟ้าซักชิ้นควรที่จะพิจารณาอะไรบ้าง 

    1. Energy – Saving อันนี้หลายๆคนคงรู้อยู่แล้ว นั่นก็คือเลือกเครื่องไฟฟ้าที่กินไฟน้อย โดยดูจากสัญลักษณ์เบอร์ 5 นั่นเอง นอกจากจะช่วยลดภาวะโลกร้อนแล้ว ยังจะช่วยลดรายจ่ายของเราอีกด้วย

    2. Eco – Friendly หรือ Eco – Label เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าสินค้านั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายระบบนิเวศน์ ย่อยสลายง่าย นำไปรีไซเคิลได้ และอื่นๆอีก

    3. Green – Label ฉลากเขียว อันนี้เป็นโครงการที่มีการร่วมมือกันจากหลายฝ่าย โดยมีคณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อที่จะพิจารณาออกฉลากเขียวนี้ให้กับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย

    ถ้าเพื่อนๆจะเลือกซื้อเครื่องไฟฟ้า ก็ให้สังเกตดูที่ฉลากทั้ง 3 อันนี้ เพื่อความมั่นใจว่าสินค้าชิ้นนั้นจะมีผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด และเพื่อนๆก็ต้องพิจารณาเรื่องความเหมาะเกี่ยวกับการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย อย่างเช่นถ้าจะซื้อพัดลมไว้ใช้คนเดียว ก็ซื้อตัวเล็กๆพอ เพราะว่าถ้าตัวใหญ่ก็จะเปลืองไฟกว่า อันนี้ต้องแล้วแต่ว่าเราจะเอาไปงานแบบไหน

    ที่สำคัญ ถึงเราจะเลือกพิจารณาสินค้าดีอย่างไร แต่ตอนใช้กลับไม่สนใจเปิดทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะฉะนั้นเวลาเราไม่ได้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใดในบ้านก็ควรจะปิดซะ ทางที่ดีควรถอดปลั๊กด้วย แค่นี้ท่านก็มีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อนแล้วล่ะครับ

    ลดสะภาวะโลกร้อนกับกระดาษทิชชู

    วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีลดภาวะโลกร้อนโดยการลดใช้ทิชชูกันนะครับ เมื่อ 2-3 วันที่แล้ว ผมได้เห็นโฆษณาตัวหนึ่งในทีวี พอดูจบแล้วรู้สึกสลดใจมาก มันเป็นโฆษณากระดาษทิชชูยี่ห้อหนึ่ง มีคนมาทำโน่นทำนี่หกเลอะเทอะ แล้วก็ทำอะไรอีกผมก็จำไม่ค่อยได้เพราะดูไปแค่รอบเดียว ทุกครั้งที่เค้าทำอะไรหกก็จะมีทิชชูยื่นเข้ามาให้ใช้อย่างเมามัน ทั้งๆที่เค้ารณรงค์ให้ช่วยกันลดภาวะโลกร้อนแต่โฆษณานี้กลับแหวกแนวผ่ายุคลดภาวะโลกร้อนออกมาได้ ทันทีที่ผมดูโฆษณาจบก็คิดได้ทันทีว่าบทความต่อไปต้องเกี่ยวกับการลดใช้ทิชชูอย่างแน่นอน ถ้าใครมีโอกาสได้ดูโฆษณาที่ผมพูดถึงก็อย่าไปทำตามแบบเค้าเนอะ เพราะว่ากระดาษทิชชูนั้นเราก็รู้ๆกันดีอยู่ว่ามันทำมาจากต้นไม้ ทั้งๆที่ตัวก่อมลพิษมีมากขึ้นทุกวันแต่ตัวฟอกอากาศอย่างต้นไม้กลับกลายมาเป็นกระดาษทิชชูให้เราใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย รวมถึงใบปลิวที่แจกกันตามห้างตามสะพานลอย ที่เรารับมาบางทียังไม่ทันอ่านเลยแล้วก็ต้องทิ้งไป และอีกหลายๆอย่างเลยที่ทำมาจากกระดาษ

    เวลาที่เราจะดึงทิชชูมาใช้ก็ให้พึงระลึกไว้เสมอว่ามันคือต้นไม้ที่ช่วยให้เราดำรงชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่มีทิชชูเราไม่ตายแต่ว่าถ้าไม่มีต้นไม้ละก็คงไม่เหลือ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามไม่ให้ใช้ แต่เวลาใช้ก็อยากให้ใช้ให้คุ้มค่า เช่น เวลาทานอาหารแล้วจะใช้เช็ดปาก ก็ใช้แผ่นนึงให้คุ้มหน่อย พับไปพับมาให้ครบทุกด้าน ไม่ใช่ดึงเอาๆ ยิ่งทุกวันนี้กระดาษทิชชูถูกออกแบบให้ดึงง่ายอยู่แล้วด้วย โดยเฉพาะที่ร้านอาหารอย่าคิดว่ามันเป็นของฟรีแล้วก็ดึงใหญ่เลย สาวกันอย่างเมามัน พึงระลึกไว้เสมอว่ามันคือต้นไม้ๆๆๆ ส่วนถ้าเวลาอยู่บ้าน อันไหนที่ใช้ผ้าแทนได้ก็ให้ใช้ผ้าเถอะครับ อย่างเวลาทำน้ำหกถ้าใช้ทิชชูเช็ดให้แห้งหมดก็คงแย่ เพราะฉะนั้นให้เราใช้เวลาจำเป็นเท่านั้นนะครับ เพื่อที่จะได้ช่วยลดภาวะโลกร้อน จริงๆแล้วกระดาษทิชชูก็ไม่ได้เป็นของที่เราจะต้องใช้กันมากมายอยู่แล้ว

    สุดท้ายนี้ผมมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับกระดาษทิชชูมาฝากครับ (มาจากหนังสือเพราะว่าโลกร้อนมันจี๊ด) ผู้ผลิตทิชชูออกจำหน่ายรายแรก คือ นายโจเซฟ กาเย็ตตี้ นักธุรกิจชาวอเมริกัน วางขายในปี ค.ศ. 1857 (150 ปีที่แล้ว) แต่ปรากฏว่าเจ๊งครับ เพราะว่าคนสมัยนั้นเค้าคิดว่าทำไมต้องใช้กระดาษเพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง (แต่คนสมัยนี้ใช้เอาๆ) แต่หลังจากนั้น 20 ปี กระดาษทิชชูตราสก๊อตปรับปรุงใหม่นุ่มกว่าเดิมออกมาวางตลาด คนจึงเริ่มนิยมใช้จนถึงทุกวันนี้.. เพื่อนๆอย่าลืมนะครับ ทุกครั้งที่จะใช้กระดาษทิชชูให้ระลึกไว้ว่ามันคือต้นไม้ที่ให้ชีวิตเรา ถ้าท่านต้องการมีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อนแล้วล่ะก็ เพียงใช้ทิชชูให้คุ้มค่าก็ช่วยโลกได้แล้วล่ะครับ          

    ปรากฏการณ์เกาะร้อน (Urban Heat Island)

    ปรากฏการณ์เกาะร้อน คือการที่อากาศใกล้พื้นดินในเขตชุมชนเมืองที่มีตึกราบ้านช่องอยู่เป็นจำนวนมาก มีอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณที่เป็นป่าไม้ที่อยู่ถัดออกไปรอบๆ เชื่อว่าปรากฏการณ์เกาะร้อนนี้ทำให้อุณหภูมิในเขตเมืองนั้นสูงขึ้นถึง 2-5 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่มนุษย์เรารู้สึกได้ว่ามันร้อนขึ้นจริงๆ หลายคนถกเถียงกันว่าปรากฏการณ์นี้หรือภาวะโลกร้อนกันแน่ที่ทำให้โลกเราร้อนขึ้น

    ปรากฏการณ์เกาะร้อนนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ? การที่พื้นที่ป่าถูกทำลายลงแล้วถูกแทนที่ด้วยอาคารบ้านเรือนและตึกสูงๆ ทำให้มีวัสดุที่คอยดูดซับความร้อนโดยตรงจากแสงอาทิตย์อยู่มากมาย รวมไปถึงความร้อนที่เกิดขึ้นจากการเผาผลาญพลังงานเชื้อเพลิง ไอเสียที่มาจากรถยนต์ มลพิษต่างๆ ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกเฉพาะที่ได้ อีกทั้งฝุ่นที่แขวนลอยอยู่ในอากาศก็เป็นตัวดูดซับความร้อนไว้เพิ่มมากขึ้น ต้นไม้ที่เคยทำหน้าที่คอยดูดซับรังสีของดวงอาทิตย์ แล้วเปลี่ยนไปเป็นพลังงานในกระบวนการสังเคราะห์แสง ก็ถูกตัดออกไปเพื่อที่จะสร้างตึก จึงทำให้แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาถึงวัตถุเต็มๆ ความร้อนก็จะถูกดูดซับไว้และทำให้อากาศร้อนขึ้น

    พื้นที่ป่าที่กลายมาเป็นพื้นที่เกษตรกรรมก็ใช่ว่าจะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ ถึงแม้ว่าพื้นที่เกษตรกรรมจะมีอุณหภูมิไม่สูงเท่าเขตเมือง แต่ก็จะมีอุณหภูมิสูงกว่าเขตป่า จึงเหมือนเป็นตัวเชื่อมทำให้เกาะร้อนนั้นกินพื้นที่กว้างเข้าไปอีก และอาจจะไปเชื่อมรวมเข้ากับอีกเขตเมืองอื่น ทำให้เกาะร้อนนั้นมีพื้นที่ใหญ่มากขึ้นอีกด้วย

    การแก้ไขก็คือการช่วยกันปลูกต้นไม้ในเขตเมือง บริเวณดาดฟ้าของตึก อาจจะเป็นไม้พุ่มเตี้ยๆ และใช้กระเบื้องมุงหลังคาที่สะท้อนแสง ส่วนข้ออื่นๆก็จะเหมือนกับการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน เช่น เรื่องการลดใช้พลังงาน ลดปล่อยก๊าซพิษ

    ปกติคนที่สนับสนุนทฤษฏีของเกาะร้อนนั้นจะคัดค้านทฤษฏีของภาวะโลกร้อน แต่สำหรับผมไม่ว่าทฤษฏีไหนจะถูกจะผิดก็แล้วแต่ จุดมุ่งหมายของเราก็คือรักษาโลกนี้ให้คงอยู่เหมือนกัน ไม่เห็นจะต้องมาทะเลาะกัน น่าจะร่วมมือช่วยกันแก้ปัญหาดีกว่า ไม่ว่าโลกจะร้อนด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ แต่วิธีแก้มันก็ไปในทางเดียวกัน ไม่เห็นจำเป็นจะต้องแบ่งฝ่ายกัน จะเรียกผมว่าเป็นพวกโลกร้อนก็ได้ แต่จริงๆผมก็ไม่ได้อยู่ข้างใครทั้งนั้นแหละ..เพราะเราก็เหมือนอยู่บ้านหลังเดียวกัน

    ภาวะโลกร้อน กับหมีขั้วโลก

    หมีขั้วโลกเป็นราชาแห่งดินแดนน้ำแข็งที่ทุกคนรู้จักกันดี ด้วยความสามารถในการปรับตัวให้อยู่ในที่หนาวเย็นได้ดีและพละกำลังที่มีอย่างมหาศาล หมีขั้วโลกจึงถูกขนานนามว่าเป็นนักล่าแห่งดินแดนน้ำแข็ง แต่ตอนนี้ราชาผู้ยิ่งใหญ่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนนั่นเอง

    หมีขั้วโลกใช้เวลากว่า 2 แสนปีในการวิวัฒนาการตัวเองจากหมีสีน้ำตาลกลายมาเป็นหมีขั้วโลกสีขาว และพัฒนาตัวเองให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ๆเต็มไปด้วยน้ำแข็ง คือ มีขนที่อุ้งเท้า นิ้วสั้น เล็บโค้งงอ เหมาะที่จะยึดตัวเองกับน้ำแข็งได้อย่างสบาย และยังมีท่อนขาขนาดใหญ่ เพื่อที่จะเฉลี่ยน้ำหนักอันมหาศาลของตัวมันเอง ทำให้สามารถเดินบนพื้นน้ำแข็งที่บางๆได้ ปัจจุบันหมีขั้วโลกเหลืออยู่บนโลกใบนี้ประมาณ 22,000-27,000 ตัวเท่านั้น

    ภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายลงอย่างรวดเร็ว หมีขั้วโลกที่ปกติอาศัยอยู่บนพื้นน้ำแข็งก็ทำให้หาแผ่นน้ำแข็งอยู่ได้ยากขึ้น มีหลายครั้งที่หมีขั้วโลกต้องว่ายน้ำเป็นร้อยๆไมล์เพื่อหาอาหาร และหาแผ่นน้ำแข็งเหยียบ ทำให้มีหมีขั้วโลกจมน้ำตายไปแล้วก็มี ด้วยอาหารที่หายากมากขึ้นบวกกับน้ำแข็งที่เป็นที่อยู่ของมันลดน้อยลงอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน หมีขั้วโลกจึงเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มาก

    เรามาช่วยกันลดภาวะโลกร้อนกันเถอะครับ ก่อนที่หมีขั้วโลกและสัตว์อื่นๆจะแย่และสูญพันธุ์ไปมากกว่านี้ ถ้ามีใครมาไล่ที่อยู่ที่เราเคยอาศัยเคยทำกินอยู่เราก็คงเดือนร้อนแน่ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นถ้าช่วยกันลดภาวะโลกร้อนได้ก็ช่วยๆกันนะครับ ถือว่าสงสารเจ้าหมีขั้วโลกและก็สัตว์อื่นๆ ภาพนี้คงอธิบายได้เป็นอย่างดี….

    หมีขั้วโลก-ภาวะโลกร้อน